1. หลักการและเหตุผล (ประจำปีงบประมาณ 2550)
การดำเนินการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย มีหลักการพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศให้มีการเจริญเติบโตที่สามารถสร้างความมั่งคั่งและกระจายผลประโยชน์ให้กับประชาชนได้ดีขึ้น (Sustained Prosperity, More Balanced Structure and Better Distribution) ซึ่งการเพิ่มมูลค่าผลผลิตด้วยฐานความรู้ (Value Creation from Knowledge Application) ได้ถูกหยิบยกขึ้นเป็นหลักการพื้นฐานหนึ่งของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ควบคู่ไปกับหลักการพื้นฐานด้านการสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงยั่งยืน (Economic Stability and Sustainability) นอกจากนี้ เป้าหมายสำคัญของการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ คือ การผลักดันภาคการผลิตของประเทศให้ก้าวไปสู่การผลิตในเศรษฐกิจที่มีสมรรถนะสูง โดยเน้นความสำคัญของการพัฒนาคน องค์ความรู้ นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเทคโนโลยี
ี รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการเป้าหมายที่เป็นรากฐานของการขับเคลื่อนไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมดังกล่าว รัฐจึงเห็นความจำเป็นที่ต้องเข้ามาให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งและทำให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่มีส่วนขับเคลื่อนการเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าผลผลิตของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ด้วยการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมธุรกิจให้มีความมั่นคง ทั้งในด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ให้มีคุณภาพดีและมีนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการเข้าสู่ระบบคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา อันจะเป็นการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและวิสาหกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็งในทุกด้านสามารถแข่งขันได้ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้มีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาของตนเองได้ และเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิ ตลอดจนพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างแท้จริง อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างยั่งยืนต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ
2.2 เพื่อสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในการพัฒนาการประกอบธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า
2.3 เพื่อให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เข้าสู่ระบบการจดทะเบียนคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
2.4 เพื่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องในโครงการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการ
3. กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
4. ขอบเขตการดำเนินงาน
4.1 พื้นที่การดำเนินงาน
ภาคกลาง เน้นกรุงเทพฯ และปริมณฑล
4.2 ขอบเขต
ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการจำนวน 200 ราย ได้พัฒนาศักยภาพด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
5. วิธีการดำเนินงาน
ตามที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้จัดโครงการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยทรัพย์สินทางปัญญา โดยได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 200 รายเข้าร่วมโครงการ มีการจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้นำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมสัมมนา คิดต่อยอดจนได้ทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถยื่นจดทะเบียนกับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นั้น ดังนั้นเพื่อให้งานของโครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ มีแผนการดำเนินงานดังต่อไปนี้
5.1 เป็นที่ปรึกษาและติดตามความก้าวหน้าในโครงการยกระดับศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
5.1.1 เป็นที่ปรึกษาโครงการ จัดทำเอกสารประกอบการสัมมนาเพื่อพัฒนาและติดตาม ความก้าวหน้าของผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้ง
5.1.2 ประสานงานกับผู้ประกอบการและกรมทรัพย์สินทางปัญญา นำผู้ประกอบการที่มีความพร้อมสูง ร่วมการศึกษาดูงานบริษัทเอกชนที่ประสบความสำเร็จจากการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการประกอบธุรกิจในประเทศและ/หรือต่างประเทศ อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
5.2 จัดทำและดูแลหน้าเว็บไซต์โครงการ
ผ่านทาง www.ipthailand.go.th และ/หรือ www.toryod.com เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ และเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการ SMEs กรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5.3 จัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ
จัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์โครงการ โดยจัดทำเป็นรูปแบบสื่อโฆษณาแบบเคลื่อนที่ในรูปแบบแผ่นป้ายพลาสติกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้
้ 5.4 ติดตามและประเมินผลงานความก้าวหน้าของโครงการ
เพื่อปรับวิธีดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการดำเนินงานในปีต่อไป โดยศึกษา วิจัยสถานะของ SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ ประมวลปัญหา และสิ่งที่ต้องการจากทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยจัดทำเป็นรูปแบบเอกสารเชิงสรุปพร้อมจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินการในช่วงต่อไป
5.5 เตรียมความพร้อมในการดำเนินงานโครงการต่อเนื่องในปีที่ 2 (ตุลาคม 2550 กันยายน 2551)
จัดเตรียมความพร้อมในการดำเนินงานโครงการต่อเนื่องในปีที่ 2 โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ประกอบการในกลุ่มภาคเหนือ
5.5.1 เตรียมข้อมูลสำหรับประชาสัมพันธ์โครงการสู่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อประชาสัมพันธ์ ทางสื่อสารมวลชน อินเตอร์เนท สื่อโฆษณาแบบเคลื่อนที่ แผ่นพับ หรือใบปลิว
5.5.2 คัดเลือกผลงานทรัพย์สินทางปัญญาจากโครงการในปีที่ 1 เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จของโครงการในปีที่ผ่านมา
5.5.3 เตรียมรายชื่อของผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมายเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ
5.5.4 วางแผนการทำงาน การจัดเตรียมเอกสารต้นฉบับสำหรับดำเนินงานในปีที่ 2 |