Thailand Research Expo 2007
  การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2550 (Thailand Research Expo 2007)
จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)

วันที่ 7-11 กันยายน 2550 ณ ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ณ เซ็นทรัลเวิล์ด ราชประสงค์ กรุงเทพฯ
พิธีเปิดงาน "การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2550
โดย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ กล่าวต้อนรับ
และบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประเทศไทย จะไปได้แค่ไหน หากไม่มีงานวิจัยชี้นำสังคม" ในประเด็นเรื่อง "การวิจัยกับประชาสังคม"
และ ประธานกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ศ.ธีระ สูตะบุตร บรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประเทศไทย จะไปได้แค่ไหน หากไม่มีงานวิจัยชี้นำสังคม"
ในประเด็นเรื่อง "การวิจัยเกษตรกับเศรษฐกิจพอเพียง"
และเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช กล่าวรายงาน
โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กล่าวเปิดงาน และบรรยายพิเศษในหัวข้อ "ประเทศไทย จะไปได้แค่ไหน หากไม่มีงานวิจัยชี้นำสังคม" ในประเด็นเรื่อง "สังคมวิจัยบนฐานเศรษฐกิจพอเพียง"

    

Mascot ของงาน ปี 2550 ด.ญ.เพียงพอ : เป็นตัวแทนของการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิต
ของพสกนิกรไทย ตั้งแต่เยาวชน ซึ่งจะเป็นรากฐานของความมั่นคง และความสุขอย่างยั่งยืน
Mascot ของงานปีแรก 2549 คุณพิรุณ (KHUN PIROON) :
ปรียบเสมือนเป็นหยดน้ำของหยาดฝนที่มีชีวิตที่เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณ
และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อพสกนิกรไทยเป็นตัวแทนของความสุข
และความปลื้มปิติ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยน้ำพระทัยของพระองค์ท่านจากโครงการฝนหลวง
ซึ่งเม็ดฝนแห่งความชุ่มชื้นนี้ ได้มีคุณพิรุณ (KHUNN PIROON) ปรากฏขึ้นในงาน
"การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2549" (Thailand Research Expo 2006)

นิทรรศการต้นแบบการเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ทศวรรษที่ 1 (พ.ศ.2470-2480) : นักวิจัยพระเยาว์
            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสูติ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาและศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งยังทรงชอบคิดประดิษฐ์ของเล่นต่างๆ ด้วยพระองค์เอง แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในงานวิจัยตั้งแต่ทรงวัยพระเยาว์

   

ทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.2480-2490) : ล้นเกล้าชาวสยาม
            "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติสืบราชสันติวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 พระองค์ทรงมีหลักในการทรงงานต่างๆ อันเป็นแบบอย่างอันสำคัญยิ่งสำหรับนักวิจัยและประชาชนทั่วไป
             หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช คือ ทำตามลำดับขั้น ..การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้นตอนสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่ เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นสูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชน โดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด.. พระราชดำรัสหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ทศวรรษที่ 3 (พ.ศ.2490-2500) : ดำเนินตามบาทยุคล
            "มหากษัตริย์นักพัฒนา" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรเป็นครั้งแรกในพื้นที่ทุรกันดารภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคสืบต่อเนื่องมาทุกปี ทำให้พระองค์ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ภูมิประเทศและปัญหาของราษฎรอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ
    

  

ทศวรรษที่ 4 (พ.ศ.2500-2510) : ทรงเปี่ยมล้น ด้วยน้ำพระทัย
            "ทรงพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างอ่างเก็บน้ำ" ด้วยพระบารมี นับแต่ทรงขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงรากตรำ ทำงานหนักเพื่อประชาชนอันเป็นที่รักยิ่ง และในช่วงทศวรรษที่ 4 พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการชลประทาน การกักเก็บน้ำเพื่อให้ประชาชนได้มีน้ำไว้ใช้ตลอดทั้งปี โดยโครงการด้านชลประทานแรก คือ การสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ณ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขึ้น พร้อมถวายทุนทรัพย์ในการจัดสร้างอ่างเก็บน้ำอีกด้วย ต่อมาทรงจัดให้มีการสร้างเขื่อนต่างๆ ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเขื่อนคอนกรีตแรกของประเทศไทย คือ เขื่อนภูมิพล

    

ทศวรรษที่ 5 (พ.ศ.2510-2520) : เสด็จไปในทุกที่เพื่อปวงประชา
            "ไม่มีที่ใดที่พระองค์เสด็จไปไม่ถึง" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรทั่วประเทศโดยตลอด ซึ่งในทุกที่ที่พระองค์เสด็จไป ก็ได้เกิดงานวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาเป็นโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาประเทศชาติสืบต่อไป โครงการพระราชดำริ เกี่ยวกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ได้แก่ ภูเขาป่า ป่าเปียก ป่าชายเลน และป่าพรุ ทั้งนี้ยังทรงได้รับสิทธิบัตรฝนหลวง ในประเทศไทยและสหภาพยุโรป อีกด้วย

      

ทศวรรษที่ 6 (พ.ศ.2520-2530) : พระบิดาแห่งการพัฒนาทรัพยากร
            "การพัฒนาทรัพยากร" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ทรงพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ มาใช้ให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ ป่าไม้ และแร่ธาตุ ตัวอย่างเช่น โครงการแหลมผักเบี้ย โครงการหญ้าแฝก โครงการไบโอดีเซล และโครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา

    

  

ทศวรรษที่ 7 (พ.ศ.2530-2540) : หลักปรัชญาเแห่งความพอเพียง
            "เศรษฐกิจพอเพียง" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องเศรษฐกิจที่พอเพียงในการใช้ชีวิต ได้ทรงวิจัยค้นคว้าจะได้มาเป็น "ทฤษฎีใหม่" ซึ่งเป็นการทำเกษตรประยุกต์ โดยการแบ่งพื้นที่อย่างเหมาะสมเพื่อการใช้ชีวิตที่พอเพียง

    

ทศวรรษที่ 8 (พ.ศ.2540-2550) : ร้อยเรียงพระเกียรติคุณกว้างไกล
            "หอแห่งพระเกียรติคุณ" ตลอด 8 ทศวรรษที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้างโครงการพระราชดำริขึ้นมากมาย ซึ่งโครงการเหล่านั้นล้วนเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดไม่ได้ พระอัจฉริยภาพของพระองค์ ได้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับแก่ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก จึงได้ทรงรับการน้อมเกล้าถวายรางวัลแห่งเกียรติยศต่างๆ ให้แก่พระองค์มากมาย

     

ประมวลภาพนิทรรศการผลงานวิจัยและกิจกรรมงานวิจัยจากหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน

    

    

    

      

    

    

    

นอกจากนั้น อ.ปราโมทย์ ธรรมรัตน์ ร่วมนำเสนอผลงานทางวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมการวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ
จากโครงการย่อยที่ 1 โครงการต่อยอดผลงานประดิษฐ์คิดค้น สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย
สนับสนุนโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ณ ห้องประชุม 3 ศูนย์ประชุมบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพ เวลา 13.30-16.30 น.

    

และนิทรรศการของ
สสวพ.สกว.
(เว็บไซต์ต่อยอดดอทคอม)

                       

 

 

 

 

 

 

 

 

 

:: เมนูหลัก ::
HOME
รายละเอียดโครงการ
ผลงานกิจกรรม
เอกสารทั้งหมด
ติดต่อโครงการ
:: กิจกรรมสัมมนา 2550 ::
สัมมนาครั้งที่ 1
สัมมนาครั้งที่ 2
การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ