คำแนะนำในการเตรียมคำขอ

คำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์/อนุสิทธิบัตร ประกอบด้วย
ก. แบบพิมพ์คำขอ และเอกสารประกอบ
ข. รายละเอียดการประดิษฐ์
ค. ข้อถือสิทธิ
ง. รูปเขียน (ถ้ามี)
จ. บทสรุปการประดิษฐ์


ก. แบบพิมพ์คำขอ และเอกสารประกอบ
แบบพิมพ์คำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ผู้ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรต้องใช้แบบพิมพ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดและจะพิมพ์ขึ้น ซึ่งได้แก่แบบ สป/สผ/001-ก
ส่วนเอกสารประกอบคำขอมีอยู่สองลักษณะ คือ
1.1 เอกสารหลักฐานแสดงสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร มีลักษณะต่างๆ ดังนี้
ในกรณีผู้ขอเป็นผู้ประดิษฐ์หรือผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ยื่นคำรับรองเกี่ยวกับสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร โดยใช้แบบ สป/สผ/001-ก (พ) แต่ถ้าผู้ขอซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์เป็นคนต่างด้าวและอ่านภาษาไทยไม่เข้าใจให้ใช้ Form PI/PD/001-A (Add) ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนดและจัดพิมพ์ขึ้น ผู้ขอจะต้องยื่นแบบพิมพ์ดังกล่าวพร้อมกับการยื่นขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร แต่ถ้าไม่สามารถยื่นพร้อมกับคำขอได้ ก็อาจขอผ่อนผันได้ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกขอผ่อนผันได้เป็นเวลา 90 วัน และครั้งที่สองขอผ่อนผันได้อีก 30 วัน โดยต้องยื่นขอผ่อนผันก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลา
ในกรณีที่ผู้ขอมิใช่ผู้ประดิษฐ์แต่เป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ในฐานะอื่น เช่นเป็น นายจ้างหรือผู้ว่าจ้างของผู้ประดิษฐ์ เป็นทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้ประดิษฐ์ หรือ เป็นผู้รับโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จะต้องยื่นเอกสารหลักฐานแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ในฐานะดังกล่าวด้วย ทั้งนี้เอกสารหลักฐานดังกล่าวจะต้องถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดด้วย เช่น ผู้ขอที่เป็นผู้รับโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จะต้องยื่นหนังสือโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ที่ลงลายมือชื่อทั้งผู้โอนและผู้รับโอนด้วย เป็นต้น


1.2 เอกสารหลักฐานการมอบอำนาจให้ตัวแทนกระทำการแทน
ผู้ขอจะต้องมอบอำนาจให้ตัวแทนซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อดำเนินการ ขอรับสิทธิบัตรแทนโดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจซึ่งมีได้ 2 กรณี คือ
1. ผู้ขอเป็นผู้ที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ในกรณีดังกล่าวหนังสือมอบอำนาจจะต้องมีคำรับรอง ของทูต ที่ปรึกษาการพาณิชย ข้าหลวงพาณิชย์ ผู้ช่วยทูตการพาณิชย์ หรือกงสุลไทย ซึ่งประจำอยู่ในประเทศนั้น หรือมีคำรับรองของบุคคลซึ่งกฎหมายของประเทศที่ผู้มอบอำนาจมีถิ่นที่อยู่ ซึ่งโดยทั่วไปได้แก่ โนตารีพับลิค (Notary-Public)ถ้าหนังสือมอบอำนาจหรือคำรับรองดังกล่าวจัดทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นจัดให้มีคำแปลเป็นภาษาไทย โดยมีคำรับรองของผู้แปลและผู้รับมอบอำนาจว่า เป็นคำแปลภาษาไทยที่ ถูกต้องตรงกับหนังสือมอบอำนาจหรือคำรับรองนั้น และยื่นคำแปลดังกล่าวพร้อมกับหนังสือมอบอำนาจ หรือคำรับรองด้วย
2. ผู้ขอเป็นผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยแต่ประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน (คือไม่ประสงค์จะดำเนินการด้วยตนเอง)

ข. รายละเอียดการประดิษฐ์
รายละเอียดการประดิษฐ์เป็นส่วนที่ผู้ขอจะต้องจัดทำขึ้นเองโดยจะต้องมีลักษณะดังที่กล่าวข้างต้น ทั้งนี้ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง (พ.ศ2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติสิทธิบัตรด้วย กฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดว่า รายละเอียดต้องระบุหัวข้อเรื่องตามลำดับ ดังต่อไปนี้


ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ จะต้องระบุว่าการประดิษฐ์นั้นคืออะไร โดยระบุถึงลักษณะสำคัญของการประดิษฐ์นั้นด้วย เช่น พัดลมไฟฟ้า กรรมวิธีหล่อผนังคอนกรีต เตาอบไฟฟ้า แบบจ่ายความร้อน เป็นต้น จะต้องไม่ใช้ชื่อที่ตั้งขึ้นเองหรือเครื่องหมายการค้า เช่น เตาอบไฟฟ้าสุรชัย และจะต้องไม่ใช้ชื่อที่เป็นการอวดอ้างสรรพคุณ เช่น เตาแก๊สมหัศจรรย์ หรือปากกาเนรมิต เป็นต้น


ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์ จะต้องระบุถึงลักษณะที่สำคัญของการประดิษฐ์โดยย่อ รวมทั้งวัตถุประสงค์ของการประดิษฐ์ดังกล่าว ตัวอย่างเช่น การขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร สำหรับ "อุปกรณ์และวิธีวัดความยาวของวัตถุโดยความยาวคลื่นแสงเลเซอร์" ผู้จะขอระบุว่า"ลักษณะของอุปกรณ์อันเป็นการประดิษฐ์นี้ประกอบด้วยแหล่งกำเนิดแสงเลเซอร์ เครื่องตรวจจับสัญญาณ ส่วนบังคับทิศทาง โดยมีวงจรทางอีเลคโทรนิคควบคุมการทำงานและความยาวของวัตถุและจุดประสงค์ของการประดิษฐ์ดังกล่าว คือ เพื่อที่จะให้การวัดความยาวของวัตถุมีค่าถูกต้องแน่นอนยิ่งขึ้น


สาขาวิทยาการที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์ จะต้องระบุว่าการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จัดอยู่ในสาขาวิทยาการหรือเทคโนโลยีด้านใด เช่น วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า เคมี ฟิสิกส์ เป็นต้น


ภูมิหลังของศิลปะหรือวิทยการที่เกี่ยวข้อง จะต้องระบุลักษณะของการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนแล้ว พร้อมทั้งข้อบกพร่องต่างๆ หรือปัญหาของการประดิษฐ์ดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรนั้นแตกต่างกับการประดิษฐ์ที่มีอยู่ก่อนแล้วอย่างไรและเพียงใด ตัวอย่างเช่น การขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร สำหรับ "อุปกรณ์และวิธีการวัดความยาวของวัตถุโดยความยาวคลื่นแสงเลเซอร์" ดังกล่าวข้างต้น ในหัวข้อนี้จะระบุว่า "ก่อนที่จะคิดประดิษฐ์การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรนี้ การวัดความยาวจะทำโดยเทียบกับความยาวมาตรฐาน 1 เมตร ที่ทำจากโลหะผสมระหว่างนิกอนกับโครเมี่ยมหรือที่เรียกกันว่า "นิโครม" ความยาวดังกล่าวอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากสัมประสิทธิ์การขยายตัวของโลหะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ซึ่งเป็นเหตุให้ความยาวมาตรฐานดังกล่าวนั้นไม่คงที่ " ในกรณีที่เป็นการประดิษฐ์ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนเลย ผู้ขออาจจะระบุถึงปัญหาในทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแนวคิดดังกล่าว


การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ จะต้องระบุถึงรายละเอียดของการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ว่ามีลักษณะโครงสร้าง ส่วนประกอบ องค์ประกอบ หรือขั้นตอนอย่างไรบ้าง การบรรยายในหัวข้อนี้จะต้องละเอียดสมบูรณ์ และชัดเจนพอที่จะทำให้ผู้มีความชำนาญในระดับสามัญในสาขาวิทยาการนั้นๆ สามารถอ่านแล้วเข้าใจถึงการประดิษฐ์นั้นได้ และสามารถนำไปใช้และปฏิบัติตามการประดิษฐ์นั้นได้ด้วยในหัวข้อการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์นี้ ผู้เขียนควรคำนึงถึงความชัดเจนเป็นหลักดังนั้น ควรกำหนดลักษณะและขั้นตอนการบรรยายให้ดี หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกลไก หรือเครื่องมือ ต่างๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีรูปเขียนประกอบในกรณีดังกล่าว การอ้างอิงลักษณะทางโครงสร้างในหัวข้อนี้ จะต้องสอดคล้องกับรูปเขียนด้วย ตัวอย่างในกรณีที่เป็นการขอรับสิทธิบัตรสำหรับเครื่องมือหรือกลไก ในขั้นแรกควรอธิบายถึงส่วนประกอบหรือโครงสร้างของการประดิษฐ์นั้นว่ามีส่วนประกอบอย่างไรประกอบกันในลักษณะใด และประกอบกันแล้วจะให้ผลในทางปฏิบัติอย่างไร ขั้นที่สองควรอธิบายถึงระบบการทำงานหรือกรรมวิธีในการผลิตเริ่มตั้งแต่นำวัตถุดิบเข้าระบบและผ่านขบวนการต่างๆ ของอุปกรณ์ ซึ่งควรจะระบุถึงรายละเอียดของขั้นตอนนั้นๆ ด้วย จนกระทั้งได้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จออกมา

คำอธิบายรูปเขียนโดยย่อ จะต้องระบุถึงรูปเขียนที่เสนอมาพร้อมกับคำขอ (ถ้ามี) โดยระบุว่า รูปเขียนแต่ละรูปแสดงถึงส่วนใดของการประดิษฐ์ เช่น รูปที่ 1 แสดงถึงส่วนประกอบทั้งหมดของเครื่องจักร รูปที่ 2 แสดงถึงส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของเครื่องจักร เป็นต้น

วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด ในกรณีที่มีการระบุในหัวข้อการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ ถึงวิธีการประดิษฐ์หลายวิธี ผู้ขอจะต้องระบุถึงวิธีการประดิษฐ์ที่ดีที่สุด แต่ถ้ามีการเปิดเผยวิธีการประดิษฐ์ เพียงวิธีเดียวในหัวข้อการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ ผู้ขอก็สามารถระบุว่า "วิธีการในการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดได้แก่ วิธีการดังที่ได้บรรยายไว้ในหัวข้อการเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์"

การใช้ประโยชน์ของการประดิษฐ์ในการผลิตทางอุตสาหกรรม หัตถกรรม เกษตรกรรม หรือพาณิชยกรรม ในกรณีที่ลักษณะของการประดิษฐ์เองไม่สามารถแสดงได้ว่าจะนำไปใช้ในการผลิตในด้านต่างๆ ได้หรือไม่เป็นอย่างไร เช่น การประดิษฐ์สารประกอบเคมีขึ้นใหม่ผู้ขอจะต้องอธิบายให้เห็นว่า สามารถนำเอาการประดิษฐ์นั้นไปใช้ในทางใดบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร แต่ถ้าโดยลักษณะของ การประดิษฐ์นั้นเอง แสดงให้เห็นได้อยู่แล้วว่าสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการผลิตได้ ก็ไม่จำเป็น ต้องมีหัวข้อนี้

ค. ข้อถือสิทธิ
ข้อถือสิทธิเป็นส่วนที่ผู้ขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ระบุถึงขอบเขตของการประดิษฐ์ที่ต้องการได้รับความคุ้มครองข้อถือสิทธิเปรียบได้กับการกำหนดขอบเขตอันเป็นพื้นที่ที่เป็นสิทธิของเจ้าของโฉนดที่ดิน ข้อถือสิทธิจะกำหนดขอบเขตอันเกี่ยวกับลักษณะของการประดิษฐ์ที่เป็นสิทธิของผู้ทรงสิทธิที่บุคคลอื่นมีหน้าที่ที่จะต้องเคารพและ
ละเว้นจากการกระทำอันจะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ทรงสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
ข้อถือสิทธิ เป็นการระบุถึงส่วนของการประดิษฐ์ที่ผู้ขอต้องการสงวนสิทธิมิให้คนอื่นแสดงหาประโยชน์จากการประดิษฐ์ โดยหลักการทั่วไปแล้ว ขอบเขตของการประดิษฐ์ที่ระบุในข้อถือสิทธิจะต้อง ไม่กว้างหรือเกินไปกว่าที่ผู้ขอได้ทำการประดิษฐ์นั้น และที่ได้เปิดเผยในรายละเอียดการประดิษฐ์ ดังนั้นหากผู้ขอต้องการขอถือสิทธิในลักษณะของส่วนของการประดิษฐ์ ก็จะต้องเปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับลักษณะส่วนนั้นของการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์ ชัดแจ้ง และรัดกุมในรายละเอียดการประดิษฐ์ด้วย ข้อถือสิทธิต้องระบุลักษณะของการประดิษฐ์ที่ผู้ขอประสงค์จะขอรับความคุ้มครองโดยชัดแจ้ง รัดกุม และสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์ ถ้าข้อถือสิทธิไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คำขอนั้นอาจถูกปฏิเสธได้ หลักที่ว่าข้อถือสิทธิจะต้องสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงแล้วข้างต้นส่วนที่ว่าข้อถือสิทธิจะต้องชัดแจ้งและรัดกุมนั้น พอสรุปได้ว่ามีอยู่ 2 ความหมายดังนี้

1.ลักษณะของถ้อยคำที่ใช้จะต้องชัดแจ้งและรัดกุม
ถ้อยคำที่ใช้จะต้องชัดเจน ห้ามใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือหรือมีความหมายเพื่อเลือกแบบกว้างๆ เช่น ระบุว่าส่วนประกอบส่วนหนึ่งของการประดิษฐ์นั้น "ทำจากโลหะหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกัน" ย่อมไม่ชัดเจน เพราะสิ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับโลหะมีมากมาย

2. ลักษณะของการแยกและจัดลำดับข้อถือสิทธิ
ความชัดแจ้งและรัดกุมของข้อถือสิทธิอาจเกิดขึ้นจากวิธีการแยกและการจัดลำดับข้อถือสิทธิ รวมทั้งการอ้างอิงถึงข้อถือสิทธิอื่นๆ ในคำขอเดียวกันนั้นด้วยการพิจารณาว่าควรแยกข้อถือสิทธิออกเป็นหลายข้อหรือควรมีข้อถือสิทธิเพียงข้อเดียวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตร /อนุสิทธิบัตร ว่าการประดิษฐ์นั้นมีลักษณะองค์ประกอบหรือโครงสร้างซับซ้อนหรือไม่เพียงใด ถ้าเป็นการประดิษฐ์ที่ไม่ซับซ้อนก็ไม่ควรแยกข้อถือสิทธิเป็นหลายข้อ เพราะจะทำให้ขาดความชัดแจ้งและรัดกุม ในทางกลับกันถ้าเป็นการประดิษฐ์ที่ซับซ้อนมาก หากไม่แยกข้อถือสิทธิออกเป็นหลายๆ ข้อก็จะทำให้ขาดความชัดแจ้งและรัดกุมเช่นเดียวกัน ข้อถือสิทธิที่ใช้ระบุถึงลักษณะทางเทคนิคอันเป็นสาระสำคัญของการประดิษฐ์เรียกว่า "ข้อถือสิทธิหลัก" ส่วนข้อถือสิทธิที่ระลึกถึงลักษณะทางเทคนิคอันเป็นลักษณะพิเศษหรือ รายละเอียดปลีกย่อย เรียกว่า "ข้อถือสิทธิรอง" โดยทั่วไป การประดิษฐ์ที่ขอรับสิทธิบัตรมักมีลักษณะ ที่ไม่ซับซ้อนมากจึงมักจะมีข้อถือหลักเพียงข้อเดียวและมีข้อถือสิทธิรองอีก 2-3 ข้อ ในกรณีที่ข้อถือสิทธิหลักเพียงข้อเดียวไม่สามารถคลุมถึงลักษณะทางเทคนิคของการประดิษฐ์ได้ทั้งหมด ผู้ขอจะระบุข้อถือสิทธิหลักหลายข้อสำหรับลักษณะของการประดิษฐ์ประเภทเดียวกันในคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ฉบับหนึ่งก็ได้ การอ้างถึงข้อถือสิทธิอื่นในข้อถือรองนั้น จะต้องอ้างในลักษณะที่เป็นทางเลือกเท่านั้น ประกอบด้วยเครื่องเขย่าที่มีลักษณะพิเศษ…." แต่จะระบุว่า "6. เครื่องซักผ้าตาม 1 และ 4. ซึ่งประกอบด้วยเครื่องเขย่าที่มีลักษณะพิเศษ" ไม่ได้

ง. รูปเขียน (ถ้ามี)
เป็นส่วนที่จะช่วยให้ผู้อ่านคำขอรับสิทธิบัตรสามารถเข้าใจรายละเอียดการประดิษฐ์ได้ดีขึ้น ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดว่า หากจำเป็นเพื่อที่จะทำให้สามารถเข้าใจการประดิษฐ์โดยทั่วไป รูปเขียนมักจะจำเป็นในกรณีที่เป็นคำขอรับสิทธิบัตรสำหรับการประดิษฐ์ในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ฟิสิกส์ด้วย หากผู้ขอไม่ยื่นรูปเขียนในกรณีที่จำเป็นคำขอนั้นอาจถูกปฏิเสธได้ รูปเขียนจะต้องแสดงให้เห็นชัดเจนสอดคล้องกับรายละเอียดการประดิษฐ์และเป็นไปตามหลักวิชาการเขียนแบบ ตามลักษณะและวิธีที่อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด เช่น จะต้องเขียนด้วยหมึกสีดำเข้มที่สามารถอยู่ได้ทนนาน และห้ามระบายสีเขียนโดยใช้อุปกรณ์การเขียนแบบมีสัดส่วนที่ถูกต้อง และใช้สัญลักษณ์ (Drawing Symbols) ตามที่กำหนดเป็นต้น


จ. บทสรุปการประดิษฐ์
เป็นส่วนของคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่จะช่วยให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิบัตร และผู้สนใจ สามารถตรวจค้น หรือค้นคว้าเกี่ยวกับการประดิษฐ์นั้นโดยไม่ต้องเสียเวลามาก ผู้ขอจะต้องจัดทำบทสรุปการประดิษฐ์ในทุกกรณี หากผู้ขอไม่ยื่นบทสรุปการประดิษฐ์ด้วย คำขอนั้นอาจถูกปฏิเสธได้
บทสรุปการประดิษฐ์ต้องสรุปสาระสำคัญของการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผยหรือแสดงไว้ในรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิและรูปเขียน (ถ้ามี) โดยจะต้องระบุลักษณะทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการประดิษฐ์โดยย่อ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะที่จะทำให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงปัญหาทางเทคนิคตลอดจนการแก้ไขปัญหาโดยการประดิษฐ์ และการใช้การประดิษฐ์นั้น โดยจะต้องรัดกุม ชัดแจ้งและมีถ้อยคำไม่เกิน 200 คำ
ส่วนประกอบทั้ง 5 ส่วนของคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร นอกจากส่วนที่ 1 คือแบบพิมพ์คำขอแล้วส่วนอื่นๆ คือ รายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ รูปเขียน และบทสรุปการประดิษฐ์ เป็นส่วนที่ผู้ขอจะต้องเตรียมจัดทำเองทั้งสิ้น ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกฎหมายสิทธิบัตรและเพื่อประโยชน์ในด้านการบริหารงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการดังกล่าวที่สำคัญ สรุปได้ดังนี้
1. คำขอรับสิทธิบัตรและเอกสารหลักฐาน จะต้องยื่นอย่างน้อย 2 ชุด ซึ่งจะคืนให้ 1 ชุด เพื่อเป็นสำเนาให้กับผู้ขอรับสิทธิบัตร
2. คำขอจะต้องมีข้อความถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์
3. คำขอและส่วนประกอบทุกส่วนจะต้องพิมพ์หรือดีดพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทย
4. ลงลายมือชื่อผู้ขอหรือตัวแทน
นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการจัดเตรียมคำขอรับสิทธิบัตรอยู่เป็นอันมาก ก่อนจัดทำคำขอรับสิทธิบัตรควรศึกษากฎกระทรวง (พ.ศ. 2522) ออกตามความในพระราชบัญญัติสิทธิบัตรและประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้อง

คำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
คำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย
ก. แบบพิมพ์คำขอและเอกสารประกอบ
ข. ข้อถือสิทธิ
ค. ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์
ง. คำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)

ก. แบบพิมพ์คำขอและเอกสารประกอบ
เป็นเอกสารที่แสดงเจตนาของผู้ขอต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและเป็นการระบุ และแสดงหลักฐานว่าผู้ขอมีสิทธิขอรับสิทธิบัตรในฐานะอะไร แบบพิมพ์คำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้ขอต้องใช้แบบพิมพ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กำหนดและจัดพิมพ์ขึ้น ซึ่งได้แก่แบบ สป/สผ/001-ก อันเป็นแบบพิมพ์คำขอที่ใช้สำหรับขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์นั้นเอง ซึ่งกำหนดให้ผู้ขอ ระบุถึงผลิตภัณฑ์ที่จะใช้การออกแบบผลิตภัณฑ์ในแบบพิมพ์คำขอด้วย กรณีคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ คือ เอกสารหลักฐานแสดงสิทธิขอรับสิทธิบัตร และเอกสารหลักฐานการมอบอำนาจให้ตัวแทนเป็นผู้กระทำการแทน ผู้ขอจะต้องยื่นแบบพิมพ์ดังกล่าวพร้อมกับการยื่นขอรับสิทธิบัตร แต่ถ้าไม่สามารถยื่นพร้อมกับคำขอได้ ก็อาจขอผ่อนผันได้ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกขอผ่อนผันได้เป็นเวลา 90 วัน และครั้งที่สองขอผ่อนผันได้อีก 30 วัน โดยต้องยื่นขอผ่อนผันก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 10 วัน

ข. ข้อถือสิทธิ
เป็นส่วนที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรระบุถึงขอบเขตการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องการได้รับความคุ้มครอง เนื่องจากลักษณะของการออกแบบผลิตภัณฑ์ไม่ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนกับการประดิษฐ์ กฎหมายจึงกำหนดให้ผู้ขอระบุข้อถือสิทธิเพียงข้อเดียวเท่านั้น ข้อถือสิทธิจะต้องระบุถึงลักษณะของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผู้ขอประสงค์จะได้รับความคุ้มครองโดยชัดแจ้ง กล่าวคือ ผู้ขอต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองในรูปร่างลักษณะหรือลวดลาย หรือสีของผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปแล้วผู้ขอจะอ้างถึงลักษณะที่แสดงในภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ เช่น "ข้อถือสิทธิในรูปร่างลักษณะและลวดลายของเหยื่อใส่น้ำตามที่แสดงในภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์"

ค. ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์
ได้แก่ภาพที่แสดงถึงรายละเอียดของการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับความคุ้มครอง เทียบได้รับ รายละเอียดการประดิษฐ์ในคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ กล่าวคือ มุ่งหมายที่จะแสดงให้เห็นถึงลักษณะของสิ่งที่ต้องการได้รับความคุ้มครองดังนั้น ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ จึงเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งผู้ขอจะต้องยื่นพร้อมกับแบบพิมพ์คำขอทุกกรณีภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ต้องแสดงรูปร่าง ลวดลายหรือสีของผลิตภัณฑ์อันเป็นสาระสำคัญทั้งหมดที่ประสงค์จะขอรับความคุ้มครองโดยจะแสดงเป็นรูปเขียน (Drawing) หรือภาพถ่าย (Photographs) ก็ได้ โดยปกติภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ต้องเป็นภาพขาวดำเว้นแต่เป็นการขอรับความคุ้มครองในสีของผลิตภัณฑ์ ในกรณีเช่นนี้ ภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์ต้องแสดงสีด้วย ข้อสำคัญคือ ต้องแสดงถึงลักษณะที่ต้องการได้รับความคุ้มครองทั้งหมด เช่น ถ้าเป็นการขอรับความคุ้มครองสำหรับรูปร่างลักษณะ ต้องแสดงรูปด้านต่างๆ และทัศนียภาพ (Perspective View) ของผลิตภัณฑ์นั้นด้วย

ง. คำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์ (ถ้ามี)
ใช้ในกรณีที่ผู้ขอประสงค์จะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อให้เจ้าที่หรือ บุคคลอื่นเข้าใจแบบผลิตภัณฑ์ที่ขอรับสิทธิบัตรได้ดีขึ้น กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้ขอยื่นคำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์ เนื่องจากการออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ ซึ่งปกติอาจแสดงให้เห็นได้โดยละเอียดและชัดเจนโดยภาพแสดงแบบผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว แต่ถ้าหากผู้ขอประสงค์ที่จะยื่นคำพรรณาแบบผลิตภัณฑ์เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น ก็ควรเขียนเพียงสั้นๆ คือไม่ควรเกิน 100 คำ

การยื่นคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร
เมื่อเตรียมคำขอรับสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ผู้ขอจะต้องยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนั้นพร้อมชำระค่าธรรมเนียมคำขอรับสิทธิบัตร ซึ่งอาจทำได้ 3 วิธีคือ
1. นำคำขอไปยื่นตรงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ชำระค่าธรรมเนียมเป็นเงินสด หรือ
2. ส่งคำขอดังกล่าวโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ถึง พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ชำระค่าธรรมเนียมโดยสั่งจ่ายเป็นธนาณัติ

ตัวอย่างหนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร

หนังสือสัญญาโอนสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร


เขียนที่ เลขที่ 140/2 ถนนวรจักร
เขตป้อมปราบ กทม. 10110
วันที่ 1 เมษายน 2531
สัญญาระหว่างผู้โอน คือ นายตรี เก่งประดิษฐ์ อยู่บ้านเลขที่ 140/2 ถนนวรจักร เขตป้อมปราบ กรุงเทพมหานคร 10110 และผู้รับโอน คือ นายโ ท เก่งค้า อยู่บ้านเลขที่ ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โดยสัญญานี้ ผู้โอนซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์พัดลมไฟฟ้า โอนสิทธิในการประดิษฐ์ดังกล่าวซึ่งรวมถึงสิทธิขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร และสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่ผู้โอน โดยผู้รับโอนได้จ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้โอน เพื่อเป็นพยานหลักฐานแห่งการนี้ ผู้โอนและผู้รับโอนได้ลงลายมือชื่อไว้ข้างล่างนี้


(ลงชื่อ) นายตรี เก่งประดิษฐ์ ผู้โอน
(นายตรี เก่งประดิษฐ์)
(ลงชื่อ) โท เก่งค้า ผู้รับโอน
(นายโท เก่งค้า)
(ลงชื่อ) เอก เก่งเขียน พยาน
(นายเอก เก่งเขียน)
(ลงชื่อ) จัตวา เก่งคัด พยาน
(นายจัตวา เก่งคัด)

ตัวอย่างหนังสือสัญญามอบอำนาจ

หนังสือสัญญามอบอำนาจ


เขียนที่ เลขที่ 35/15 ถนนสีลม
เขตบางรัก กทม. 10500

วันที่ 1 เมษายน 2531
โดยหนังสือนี้ ข้าพเจ้า นายโท เก่งค้า อยู่บ้านเลขที่ 35/10 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 ขอมอบอำนาจและแต่งตั้งให้นายปัญจะ ถนัดอักษร แห่งสำนักงานกฎหมายเกษมผดุงธรรม เลขที่ 108/2 ถนนอัษฎางค์เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 เป็นตัวแทนและผู้รับมอบอำนาจของข้าพเจ้าที่แท้จริงและชอบด้วยกฎหมายในการยื่นขอรับสิทธิบัตร และดำเนินการเพื่อให้ได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร สำหรับการประดิษฐ์พัดลมไฟฟ้าโดยให้ตัวแทนดังกล่าวมีสิทธิลงชื่อในเอกสารทั้งมวลในนามของข้าพเจ้าแทนข้าพเจ้า แก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารคำขอและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการอุทธรณ์ต่างๆ ด้วย


(ลงชื่อ) โท เก่งค้า ผู้มอบอำนาจ
(นาย โท เก่งค้า)
(ลงชื่อ) ปัญจะ ถนัดอักษร ผู้รับมอบอำนาจ
(นายปัญจะ ถนัดอักษร)
(ลงชื่อ) เอก เก่งเขียน พยาน
(นายเอก เก่งเขียน)
(ลงชื่อ) จัตวา เก่งคัด พยาน
(นายจัตวา เก่งคัด)

ที่มา : http://www.ipthailand.org/Thai/ShowPatent.aspx?PatentID=132

ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

- ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 500 บาท
- ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ 250 บาท
- ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์ 250 บาท
- คำขอแก้ไขเพิ่มเติม 50 บาท
- การประกาศโฆษณาคำขอรับสิทธิบัตร 250 บาท
- รับจดทะเบียนและประกาศโฆษณาอนุสิทธิบัตร 500 บาท
- คำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ (กรณีการประดิษฐ์) 250 บาท
- รับจดทะเบียนและออกสิทธิบัตร 500 บาท
- คำคัดค้าน 250 บาท
- คำอุทธรณ์ 500 บาท
- คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธ 100 บาท

ที่มา : http://www.ipthailand.org/Thai/ShowPatent.aspx?PatentID=115

สถานที่ยื่นคำขอ

การยื่นขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร จะต้องยื่นคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร พร้อมชำระ ค่าธรรมเนียม ได้ที่ ส่วนบริหารงานจดทะเบียน สำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร. 0-2547-4637 หรือ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกแห่ง

ที่มา : http://www.ipthailand.org/Thai/ShowPatent.aspx?PatentID=109

แบบฟอร์มการขอสิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตร

Download แบบฟอร์มสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522

ที่มา : http://www.ipthailand.org/Thai/ShowPatent.aspx?PatentID=108

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

:: คลังความรู้-สิทธิบัตร ::

+ การสืบค้น   
   เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ

+ การ Download
   เอกสารสิทธิบัตรนานาชาติ
+ การวิเคราห์
    และทำแผนที่สิทธิบัตร
+ สิทธิบัตร
    และการขอรับสิทธิบัตร
+ โปรแกรมแปลภาษา
   ต่างประเทศ - อังกฤษ - ไทย
+ เครื่องมือสืบค้นข้อมูล
   Search Engines
+ แหล่งข่าวสาร
   ทรัพย์สินทางปัญญา
+ ห้องสมุดแห่งชาติ
   นานาประเทศ
+ ห้องสมุดเทคโนโลยี
   เฉพาะทาง
+ ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา
   ประเทศไทย  
  
+ ฐานข้อมูลเทคโนโลยี
   เฉพาะทาง
+ โครงการและผลงานวิจัย
   ของ สกว.