นางจิตราภรณ์ เตชาชาญ
ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

 

1.จำนวนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2549

1.1 ภาพรวมของจำนวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
        ในปี 2549 จำนวนวิสาหกิจทุกประเภทมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,287,057 ราย ประกอบด้วยวิสาหกิจขนาดใหญ่ (LE) 4,292 ราย วิสาหกิจขนาดกลาง (ME) 9,791 ราย วิสาหกิจขนาดย่อม (SE) 2,264,734 ราย และวิสาหกิจที่ไม่ สามารถระบุขนาดได้ 8,240 ราย โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.2 ร้อยละ 0.4 ร้อยละ 99.0 และร้อยละ 0.4 ของจำนวน วิสาหกิจทั้งหมด ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเฉพาะจำนวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในปี 2549 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 2,274,525 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.5 ของวิสาหกิจทั้งหมด

1.2 โครงสร้างของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำแนกตามประเภทธุรกิจ
เมื่อพิจารณาโครงสร้างวิสาหกิจจำแนกตามประเภทธุรกิจในปี 2549 ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 2,287,057 ราย นั้น พบว่าวิสาหกิจส่วนใหญ่อยู่ในภาคการค้าและซ่อมบำรุงจำนวน 911,210 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.0 รองลงมา ได้แก่ ภาคการบริการ 678,199 ราย และภาคการผลิต 675,398 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 29.7 และร้อยละ 29.6 ของ จำนวนวิสาหกิจรวมทั้งหมด ตามลำดับ

1.3 โครงสร้างของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำแนกตามพื้นที่
จากการพิจารณาภาพรวมการกระจายตัวของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ตามพื้นที่ประกอบธุรกิจ โดยใช้เกณฑ์การแบ่งภูมิภาคของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สามารถสรุป ดังนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีจำนวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวม 692,922 ราย คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 30.5 ของจำนวนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งประเทศ ภาคกลาง มีจำนวนรวม 95,970 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.2 ภาคตะวันออก มีจำนวนรวม 157,857 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.9 ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ มีจำนวนรวม 620,469 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27.3 ภาคใต้ มีจำนวนรวม 199,394 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.8 ภาคเหนือ มีจำนวนรวม 397,129 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.5 ภาคตะวันตก มีจำนวนรวม 106,450 ราย คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4.7

2. การจ้างงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 2549

2.1 ภาพรวมของการจ้างงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ในปี 2549 วิสาหกิจทุกประเภทมีจำนวนการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 11,551,272 คน จำแนกเป็นการจ้างงานของวิสาหกิจขนาดใหญ่ (LE) จำนวน 2,687,938 คน วิสาหกิจขนาดกลาง (ME) จำนวน 1,338,398 คน และวิสาหกิจขนาดย่อม (SE) จำนวน 7,524,936 คน โดยคิดเป็นสัดส่วนต่อการจ้างงานรวมร้อยละ 23.3 ร้อยละ 11.6 และร้อยละ 65.1 ของจำนวนการจ้างงานรวมในวิสาหกิจทั้งหมด ตามลำดับ และเฉพาะการจ้างงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นั้น มีจำนวนรวม 8,863,334 คน คิดเป็นร้อยละ 76.7 ของการจ้างงานรวมทั้งหมด และเมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในระหว่างปี 2547-2549 พบว่าการจ้างงานรวมในปี 2549 เพิ่มขึ้นจากการจ้างงานในปี 2548 คิดเป็นร้อยละ 3.9 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในส่วนของวิสาหกิจขนาดย่อมเป็นสำคัญ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 6.3

2.2 การจ้างงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำแนกตามประเภทธุรกิจ
เมื่อพิจารณาภาพรวมการจ้างงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำแนกตามประเภทธุรกิจของวิสาหกิจในปี 2549 พบว่าการจ้างงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิตจำนวน 3,496,202 คน (ร้อยละ39.4) เพิ่มขึ้นจากปี2548 ร้อยละ 1.1 รองลงมาได้แก่ ภาคการบริการ มีจำนวนการจ้างงานรวม 2,923,338 คน (ร้อยละ33.0) เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 10.8 ส่วนในภาคการค้าและซ่อมบำรุงมีจำนวนการจ้างงานโดยวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมรวม 2,443,414 คน (ร้อยละ 27.6) เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 3.6 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาลงในรายละเอียดของภาคการค้าและซ่อมบำรุง พบว่า ภาคการค้าส่งเป็นประเภทธุรกิจเดียวที่มีการขยายตัวของการจ้างงานเมื่อเทียบกับปี 2548 โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.0 ขณะที่ภาคการค้าปลีกและอื่นๆ และภาคการซ่อมบำรุงมีอัตราการขยายตัวของการจ้างงานลดลงเมื่อเทียบกับปี 2548 ร้อยละ 2.3 และ 2.6 ตามลำดับ

2.3 การจ้างงานของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จำแนกตามพื้นที่ประกอบธุรกิจ
จากโครงสร้างการจ้างงานของวิสาหกิจทุกประเภทตามพื้นที่ประกอบธุรกิจในปี 2549 พบว่าการจ้างงานใน ทุกขนาดวิสาหกิจส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล สรุปได้ดังนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแรงงานรวมในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 4,504,931 คน คิดเป็นร้อยละ 50.8 ของการจ้างงานรวมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมทั้งประเทศ ภาคกลาง มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 377,537 คน คิดเป็นร้อยละ 4.3 ภาคตะวันออก มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 711,591 คน คิดเป็นร้อยละ 8.0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 1,358,426 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 15.3 ภาคใต้ มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 601,413 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.8 ภาคเหนือ มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 979,614 คน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.1 ภาคตะวันตก มีแรงงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 328,104 คน คิดเป็นร้อยละ 3.7

3. ดัชนีเศรษฐกิจของ SMEs ปี 2549

3.1 ดัชนีอุตสาหกรรม ปี 2549
ในปี 2549 ภาวะการผลิตของภาคอุตสาหกรรมโดยรวมชะลอตัวลงจากปี 2548 เล็กน้อย จะเห็นได้จากดัชนีที่สำคัญมีอัตราเพิ่มเฉลี่ยต่ำกว่าอัตราเพิ่มในปี 2548 อาทิ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (มูลค่าเพิ่ม) ซึ่งมีอัตราเพิ่มโดยเฉลี่ยร้อยละ 6.5 ต่ำกว่า ร้อยละ 8.5 ในปี 2548 หรือดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมมีอัตราลดลงเฉลี่ยร้อยละ 0.1 ในขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 67.7 ใกล้เคียงกับ ร้อยละ 68.0 ในปี 2548 ดัชนีอุตสาหกรรม SMEs มีค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงหรือต่ำกว่า ปี 2548 เล็กน้อย แต่มีค่าดัชนีต่ำกว่าดัชนีอุตสาหกรรมโดยรวมในเกือบทุกดัชนีย่อย โดยเฉพาะ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม SMEs (มูลค่าเพิ่ม) มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 110.5 และลดลงจากระดับ 111.3 ในปี 2548 เล็กน้อย แต่ต่ำกว่าระดับค่าเฉลี่ย 159.3 ของดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวมค่อนข้างมาก สำหรับดัชนีผลิตภาพแรงงานอุตสาหกรรม SMEs ในปี 2549 อยู่ที่ระดับ 147.6 สูงกว่าดัชนีของภาคอุตสาหกรรมโดยรวมซึ่งอยู่ที่ระดับ 138.9 ทั้งนี้เนื่องจากดัชนีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่เป็น SMEs16 ลดลงน้อยกว่าในภาคอุตสาหกรรมโดยรวม ในขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิต ของกลุ่ม SMEs ค่อนข้างต่ำทั้งในปี 2548 และ ปี 2549 โดยอยูที่ระดับร้อยละ 47.4 และ 47.8 ตามลำดับ

3.2 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน ปี 2549
ในปี 2549 ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนมีค่าเฉลี่ย 173.4 เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในปีก่อนเพียงร้อยละ 1.5 ซึ่งเป็น อัตราเพิ่มที่ลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปี 2548 ซึ่งดัชนีการลงทุนภาคเอกชนมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 10.4 เมื่อพิจารณาตัวชี้วัดการลงทุนภาคเอกชนในด้านต่างๆ จะเห็นได้ว่า ตัวชี้วัดการลงทุนที่สำคัญหลายตัวมีแนวโน้มลดลงหรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ปริมาณจำหน่ายรถu3618 .นต์เชิงพาณิชย์ที่ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 5.2 มูลค่าการนำเข้าสินค้าทุน ณ ราคาคงที่ เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 3.9 เทียบกับอัตราเพิ่มร้อยละ 21.0 ในปี 2548 เช่นเดียวกับตัวชี้วัดการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ซึ่งพื้นที่รับอนุญาตการก่อสร้างในเขตเทศบาลชะลอตัวลงจากปี 2548 ในด้านการลงทุนในภาคการผลิตก็มีแนวโน้มการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดจากจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้จัดตั้งลดลงทั้งจำนวนโรงงานและวงเงินลงทุนที่ขออนุญาต

3.3 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการ ประจำปี 2549
แนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs ภาคการค้าและบริการตลอดปี 2549 มีแนวโน้มลดลง นับตั้งแต่เดือนแรกเป็นต้นมา และลดลงต่ำสุดในเดือนกรกฎาคม 2549 ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 37.8 โดยดัชนีมีค่าอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 มาโดยตลอด อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการปรับตัวสูงขึ้นที่สุดในเดือนธันวาคม 2549 ค่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 49.4 อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังมีความคาดหวังในทางที่ดี โดยมีค่าดัชนีคาดการณ์ 3 เดือน ข้างหน้าในที่ระดับสูงกว่าค่าดัชนีในปัจจุบันโดยตลอดเมื่อพิจารณาถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการเป็นรายสาขาธุรกิจพบว่า ในภาคการค้าส่งมีแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs มีแนวโน้มลดต่ำลงตลอดครึ่งปีแรก โดยลดลงต่ำสุดในเดือนกรกฎาคม 2549 อยู่ที่ระดับ 36.0 ภาคการค้าปลีก ผู้ประกอบการ SMEs มีความเชื่อมั่นลดลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนสิงหาคม 2549 โดยมีค่าดัชนีอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 มาโดยตลอด ภาคการบริการ มีแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ SMEs ลดลงตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนพฤษภาคม 2549 และเริ่มปรับตัวดีขึ้นในเดือนกันยายนจนถึงสิ้นปี โดยมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในเดือนธันวาคม 2549 อยู่ในระดับเกินกว่า 50 เป็นครั้งแรกของปี

3.4 ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ปี 2549
อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีดัชนีความเชื่อมั่นเฉลี่ย โดยอยู่ที่ระดับ 102.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2548 โดยเฉลี่ยร้อยละ 7.1 ทั้งนี้อุตสาหกรรมขนาดใหญ่มีค่าดัชนีที่ดีกว่าอุตสาหกรรมขนาดอื่นเนื่องมาจาก ส่วนใหญ่เป็น อุตสาหกรรมส่งออก อุตสาหกรรมขนาดกลาง ดัชนีความเชื่อมั่นเฉลี่ยในปี 2549 อยู่ที่ระดับ 94.6 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2548 ร้อยละ 2.4 ทั้งนี้อุตสาหกรรมขนาดกลางเป็นอุตสาหกรรมที่มีการส่งออกและการจำหน่ายภายในประเทศเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัวขณะที่อุปสงค์จากต่างประเทศยังขยายตัวได้ดี จึงทำให้ความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมโดยรวมของอุตสาหกรรมขนาดกลางปรับตัวลดลงเล็กน้อย
อุตสาหกรรมขนาดย่อม ดัชนีความเชื่อมั่นเฉลี่ยในปี 2549 อยู่ที่ระดับ 83.5 ปรับตัวลดลงจากปี 2548 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 89.6 เป็นผลมาจากอุตสาหกรรมขนาดเล็กส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่เน้นการจำหน่ายภายในประเทศ ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวมากขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2549 จึงทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมขนาดเล็กปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก

3.5 ดัชนีการบริโภคภาคเอกชน
ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนปี 2549 มีค่าดัชนี 120.6 มีการอัตราการเติบโตจากปี 2548 ร้อยละ 2.0 โดยการสูงขึ้นของค่าดัชนีเกิดจากปัจจัย การบริโภคในด้านเครื่องดื่ม(เบียร์) สูงขึ้นจากปี 2548 ถึงร้อยละ 20.0 การนำเข้าสินค้าที่สูงขึ้นโดยเพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 17.9 และการบริการในด้านการโรงแรมและการบริการให้เช่าห้องพักเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.4 อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนกันยายนการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งมีความไม่แน่นอน

3.6 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปี 2549 มีค่าดัชนีอยู่ที่ 20.05 มีการปรับตัวลดลงจากปีที่แล้วคิดเป็นร้อยละ 28.72 ค่าดัชนีมีค่าต่ำตั้งแต่ช่วงต้นปีและทรงตัวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องจากภาวะราคาสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น การเมืองที่ยังไม่แน่นอน แต่หลังจากในช่วงปรับเปลี่ยนรัฐบาล ค่าดัชนีมีการปรับตัวขึ้นอย่างอย่างต่อเนื่องแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ การปรับตัวของระดับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นและผันผวนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่กระทบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยตรง

3.7 ดัชนีราคาผู้บริโภค
ในปี2549 ดัชนีราคาผู้บริโภครวมมีค่าดัชนี 114.4 เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ร้อยละ 4.7 โดยการเติบโตของปี 2549 มีปัจจัยที่ทำให้ค่าดัชนีเพิ่มขึ้นได้แก่ ราคาสินค้าในหมวดพลังงานที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ยานพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มจากปี 2548 ถึงร้อยละ 11.4 และเมื่อพิจารณาจากดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (ดัชนีราคาผู้บริโภคชุดทั่วไปที่หักรายการสินค้ากลุ่มอาหารสดและสินค้ากลุ่มพลังงาน) มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้นเพียง ร้อยละ 2.3 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าว่าค่าดัชนีที่เพิ่มขึ้นจากปี 2548 มีผลกระทบสำคัญจากปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง

การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ปี 2550-2551
สมมติฐานในการประมาณการ
• อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ 12 ประเทศคู่ค้าหลักของไทยในปี 2550 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ4.5 ต่อปี
• แนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 60.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
• แนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปี 2550 คาดว่าจะอยู่ที่ 35.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
• คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย RP-1 วันจะถูกปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ 4.0 ต่อปี ภายในสิ้นปี 2550
ผลการประมาณการ
1. ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจไทยในปี 2550 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3.8-4.0 ต่อปี ชะลอลงจากปีก่อนที่ขยายตัวที่ร้อยละ 5.0 ต่อปี เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการมีแนวโน้มขยายตัวลดลง เมื่อเทียบกับที่เคยขยายตัวสูงถึงร้อยละ 17.4 ต่อปี ในปี 2549 ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสินค้าและบริการในรูปดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะหดตัวลงจากที่ขยายตัวร้อยละ 7.0 ต่อปีในปี 2549 มาอยู่ที่ร้อยละ 4.3 ต่อปี ในปี 2550 การบริโภครวมที่แท้จริงในปี 2550 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3.0 ต่อปี ลดลงจากร้อยละ 3.2 ต่อปีในปี 2549 ในขณะที่การลงทุนรวมที่แท้จริงในปี 2550 คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ต่อปี จากร้อยละ 4.0 ต่อปี ในปี 2549
2. ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ
เสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศในปี 2550 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่คาดว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี ในปี 2550 จากร้อยละ 4.6 ต่อปี ในปี 2549 ซึ่งเป็นผลหลักมาจากการปรับลด ของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกและค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ค่าเงินบาทในปี 2550 คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ย 35.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากปี 2549 เนื่องจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลการคลังของสหรัฐจะยังคงกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เสถียรภาพเศรษฐกิจภายนอกประเทศในปี 2550 ยังอยู่ในระดับที่มั่นคง โดยคาดว่าดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 2550 ยังคงเกินดุลในระดับที่สูงมากที่ร้อยละ 7.8 ของ GDP
3. การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของ SMEs มีแนวโน้มขยายตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย มีอัตราการขยายตัวอยู่ในช่วงร้อยละ 3.3-3.8 ต่อปี และสัดส่วนมูลค่า GDP ของ SMEs อยู่ในช่วงร้อยละ 38.5-39.5 ส่วนแนวโน้มการส่งออกทั้งปี 2550 และ 2551 คาดว่าการส่งออกจะชะลอตัวลงโดยอัตราการขยายตัวของการส่งออก อยู่ที่ร้อยละ 13.5 ต่อปี ขณะที่การส่งออกของ SMEs คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 10.5 ต่อปี และมีสัดส่วนการส่งออก ประมาณร้อยละ 29.3 ขณะที่การนำเข้าของประเทศคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 4.3 ต่อปี และการนำเข้าของ SMEs คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 5.5 ต่อปี โดยมีสัดส่วนการนำเข้าประมาณร้อยละ 35.2 ของการนำเข้าทั้งประเทศ

 
ที่มา : http://cms.sme.go.th/cms/c/portal/layout?p_l_id=22.265
 

 

 

 

 

 

โครงการ สสว. ต่อยอด SMEs
วัตถุประสงค์โครงการ
สสว. ต่อยอด SMEs

แผนการดำเนินงานโครงการ
สสว. ต่อยอด SMEs

นิยาม SMEs
แผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 47-49

แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ
และประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ
และลดความเสี่ยงสำหรับ SMEsปี 2549

แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ
และประเด็นการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ
และลดความเสี่ยงสำหรับ SMEsปี 2550