![]() |
ก่อนนำตัวอย่างเทคโนโลยีสิทธิบัตรเหล่านี้ไปใช้เชิงพาณิชย์ ต้องตรวจสอบก่อนว่าเรื่องนั้น ๆ ไม่ได้จดสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อป้องกันการละเมิด |
เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรในเว็บไซต์นี้ เป็นการแปลสรุปสาระสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการคิดพัฒนาต่อยอด ในการนำไปอ้างอิงทางวิชาการหรือทางกฏหมายให้ตรวจสอบ และอ้างอิงจากเอกสารสิทธิบัตรฉบับจริงของประเทศนั้นๆ เท่านั้น |
เรียบเรียงโดยเยาวภา เธียรศิลากุล |
ผลจากการสืบค้น พบเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรง ที่มีคำว่า Natural Rubber Product* ใน Title จำนวน 130 รายการ |
1. เทคโนโลยีการผลิตยางแม่เหล็ก กระบวนการผลิตยางแม่เหล็กเริ่มต้นด้วยการนำน้ำยางมาผสมกับผงแม่เหล็ก และสารทำให้ยางคงรูป (Vulcanizing ingredient) จากนั้นส่วนผสมจะผ่านขั้นตอนการทำให้เป็นแผ่นขึ้นรูป ตัดให้ได้ขนาด และปรับแต่งรูปร่าง ในขั้นตอนสุดท้ายผลิตภัณฑ์ที่ได้จะถูกทำให้มีคุณสมบัติของแม่เหล็ก โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวิธีการผลิตนี้จะมีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็กสูง มีความยืดหยุ่นและอ่อนตัว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทางกายภาพอื่นๆ ที่ดี และประหยัดพลังงานในการผลิตกว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตด้วยวิธีอื่นทั่วไป 2. พื้นยางโพลียูรีเทน และวิธีการผลิต ยางโพลียูรีเทนผลิตจากผงยางซึ่งเป็นเศษวัสดุที่เหลือโพลีเมอร์จากสารโพลียูรีเทน สารที่ทำให้เกิดการเชื่อมประสาน (MOCA) ตัวเร่งปฏิกิริยา และสีย้อม โดยนำสารเหล่านี้มาผสมให้เข้ากัน ให้ความร้อนในแม่พิมพ์ ให้ความดัน ทำให้เกิดโครงข่าย และทำให้แข็งจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ การผลิตประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญ 3 ส่วน คือ การเตรียมผงยาง การสังเคราะห์โพลียูรีเทน (CPRU) และการขึ้นรูปเป็นพื้นยางยูรีเทน ผลิตภัณฑ์ที่ได้นอกจากจะมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง เสื่อมอายุช้า ทนไฟ และอื่นๆ แล้ว ยังเป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาก่อให้เกิดประโยชน์ซึ่งถือเป็นการช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย 3. ผลิตภัณฑ์ฟิล์มจากน้ำยางธรรมชาติซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ทนต่อการฉีกขาด ผลิตภัณฑ์ฟิล์มจากน้ำยางธรรมชาติซึ่งได้รับการปรับปรุงให้ทนต่อการฉีกขาดผลิตได้จากส่วนผสมระหว่างสไตรีน-บิวตาไดอีน (SB) และยางธรรมชาติ (NR) โดยสไตรีน-บิวตาไดอีนที่นำมาใช้จะต้องมีปริมาณสไตรีนอยู่ในช่วงร้อยละ 50-90 โดยนิยมให้มีค่าประมาณร้อยละ 75-85 โดยน้ำหนัก ส่วนที่เหลือในโคโพลีเมอร์คือบิวตาไดอีน จากนั้นจึงผสมสไตรีน-บิวตาไดอีนกับน้ำยางธรรมชาติในอัตรา 1-25 ต่อ 100 ส่วนโดยน้ำหนัก ซึ่งพบว่าการผสมสไตรีน-บิวตาไดอีนในอัตรา 5 ส่วนมีผลทำให้แผ่นฟิล์มมีความทนทานต่อการฉีกขาดเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 50 และหากผสมในอัตราร้อยละ 10-15 จะทำให้มีความทนทานเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับแผ่นฟิล์มจากยางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว 4. วิธีการปรับปรุงโพลีเมอร์ เช่น ยางซิลิโคน น้ำมันซิลิโคน และยางจากธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ ให้ทนต่อความร้อน โดยการเติมไฮโดรโฟบิค ไพโรจีนิค ไททาเนียมออกไซด์ซึ่งประกอบด้วยไอรอนออกไซด์ ก่อนหรือระหว่างกระบวนการผลิต วิธีการปรับปรุงโพลีเมอร์ให้ทนต่อความร้อนหรือเปลวไฟทำได้โดยการเติมไฮโดรโฟบิค ไพโรจีนิค ไททาเนียมออกไซด์ซึ่งประกอบด้วยไอรอนออกไซด์ร้อยละ 0.05-50 โดยน้ำหนัก ก่อนหรือระหว่างกระบวนการผลิต 5. การใช้ควันเหลวเพื่อกระบวนการผลิตยางธรรมชาติ ในกระบวนการผลิตยางธรรมชาติ (เศษยาง ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง) สามารถทำได้โดยการใช้ควันเหลวซึ่งได้จากกระบวนการเผากากของเสีย (pyrolysis) จากเมล็ดปาล์ม ไม้ยาง และเปลือกมะพร้าว ด้วยเตาเผาแบบใช้ความดันและการเผาไหม้ของน้ำมันก๊าด มีระบบท่อลำเลียง และท่อกลั่น ควันเหลวที่ได้นี้จะทำให้น้ำยางแข็งตัวโดยไม่ก่อให้เกิดปัญหากลิ่นเหม็น ดังนั้นจึงช่วยลดขั้นตอนการทำแห้งก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต นอกจากนี้ควันเหลวยังมีองค์ประกอบของกรดซึ่งมีค่า pH 2-3 โดยจะทำให้น้ำยางแข็งตัวได้ที่ pH 4.5 4.7 และ 4.9 ในระหว่าง 15-20 นาที ควันเหลวนี้สามารถใช้ได้ทั้งในกระบวนการผลิตยางแผ่นรมควันและการนำเศษยางมาอัดรวมตัวกัน 6. ยางธรรมชาติที่ผ่านการปรับปรุงและสีจากน้ำมันดินที่มีคุณสมบัติกันน้ำ การประดิษฐ์นี้ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัสดุพื้นฐาน โดยมีส่วนผสมของยางมะตอยเหลวและน้ำมันจากต้นไวโอเล็ตรวมทั้งสารเติมแต่งอื่นๆ ซึ่งสารเคลือบกันน้ำเตรียมได้จากการผสมยางธรรมชาติที่ผ่านการทำให้คงรูปแล้วกับยางมะตอยที่ผ่านการทำให้เหลวเป็นเนื้อเดียวกัน วิธีการเตรียมนี้ใช้เทคโนโลยีที่ง่าย ลงทุนน้อย และได้ผลตอบแทนเร็ว ผลิตภัณฑ์มีอายุการใช้งานนานและมีต้นทุนต่ำ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสารกันการรั่วซึมเพื่อใช้ในโครงสร้างใต้ดินหรือใช้กับงานอาคาร โดยการสเปรย์หรือเคลือบในระหว่างการก่อสร้าง 7. วิธีการเตรียมเมล็ดและน้ำมันจากต้นยางเพื่อให้รับประทานได้และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ วิธีการเตรียมเริ่มจากนำเมล็ดมาแกะเปลือกออกและทำให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นจึงร่อนเพื่อกำจัดสิ่งปลอมปนและเมล็ดที่เป็นรา ต้มเป็นเวลา 10-12 นาที และแช่ในน้ำสะอาดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง (เปลี่ยนน้ำทุกๆ 4 ชั่วโมง) จากนั้นจึงอบที่อุณหภูมิ 120-125 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 5-6 ชั่วโมง เทคโนโลยีนี้สามารถทำได้ง่ายและไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ได้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ช่วยลดไขมันในเลือด โคเลสเตอรอล และกลีเซอไรด์ รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตด้วย 8. มาสเตอร์แบชยางธรรมชาติที่ผ่านการปรับปรุงและวิธีการผลิต รวมถึงองค์ประกอบของยางและยางรถ วิธีการผลิตมาสเตอร์แบชยางธรรมชาติแบบปรับปรุงประกอบด้วยการผสมโมโนเมอร์ซึ่งมีองค์ประกอบของสารกลุ่มมีขั้วกับน้ำยางธรรมชาติทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นสารโพลิเมอร์ที่มีลักษณะข้น มาสเตอร์แบชที่ได้มีคุณภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทนต่อการสึกกร่อนและแตกหัก 9. กระบวนการเตรียมยางผงจากยางธรรมชาติและผงเขม่าดำ 10. การผลิตยางฟองน้ำที่ผ่านการกำจัดโปรตีน เพื่อให้ได้ยางฟองน้ำที่มีความหนาแน่น มีคุณภาพดี และไม่เกิดความระคายเคืองอันเนื่องจากโปรตีน การผลิตยางฟองน้ำโดยการกำจัดโปรตีนจึงทำได้โดยการผสมน้ำยางกับก๊าซจนได้เป็นน้ำยางที่มีลักษณะเหมือนโฟม จากนั้นจึงผ่านกระบวนการทำให้เกิดเจล และทำให้คงรูป เพื่อลดปริมาณไนโตรเจนให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 0.05 ฟองน้ำที่ได้จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของโพรงไม่เกิน 10 มิลลิเมตร โดยน้ำยางธรรมชาติที่ใช้ได้มาจากพันธุ์ Hevea และควรผ่านการทำปฎิกิริยากับแอมโมเนีย |