![]() |
ก่อนนำตัวอย่างเทคโนโลยีสิทธิบัตรเหล่านี้ไปใช้เชิงพาณิชย์ ต้องตรวจสอบก่อนว่าเรื่องนั้น ๆ ไม่ได้จดสิทธิบัตรในประเทศไทย เพื่อป้องกันการละเมิด |
เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรในเว็บไซต์นี้ เป็นการแปลสรุปสาระสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการคิดพัฒนาต่อยอด ในการนำไปอ้างอิงทางวิชาการหรือทางกฏหมายให้ตรวจสอบ และอ้างอิงจากเอกสารสิทธิบัตรฉบับจริงของประเทศนั้นๆ เท่านั้น |
| เทคโนโลยีสิทธิบัตร เรื่อง ยางธรรมชาติ การจัดจำแนกของยุโรป (ECLA) ในหมวด C08L21 เรื่อง องค์ประกอบของยางที่ไม่ได้ระบุไว้เฉพาะ (Compositions of unspecified rubbers) |
1. องค์ประกอบทางด้านสีของสารที่ยืดหยุ่นได้ตามธรรมชาติ สารที่ยืดหยุ่นได้ตามธรรมชาติถูกนำมาใช้ทำรองเท้าหรือยางรถยนต์ โดยเราสามารถทำสีให้เป็นสีที่เราต้องการได้ ซึ่งองค์ประกอบทางด้านสีของสารที่ยืดหยุ่นได้ตามธรรมชาติประกอบด้วยสารประกอบที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงที่มีโมโนเมอร์มากกว่า 1 ชนิด คือ ไอโซโอเลฟิน 4-7 คาร์บอนอะตอม และ พี-เมทิลสไตรีน ซึ่งไม่มีการเติมสีดำ และน้ำมันที่ผลิตจากโพลีบิวทีน ซึ่งมีน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยอย่างน้อย 400 กรัม/โมล 2. การใช้โลหะผสมของโพลียูรีเทนและยาง สิทธิบัตรนี้เป็นการต่อยอดจากสิทธิบัตร WO2004083297 เรื่อง การใช้โลหะผสมของโพลียูรีเทนและยาง เป็นการปรับปรุงสูตรโครงสร้างในการทำอุปกรณ์กีดขวางต่างๆ เช่น ลูกบอลที่สามารถพองออกได้ หรือ ยางในของรถจักรยาน โดยได้มีการจดสูตรโครงสร้างในการทำลูกบอลที่สามารถพองออกได้ หรือ ยางในของรถจักรยานไว้ในข้อถือสิทธิ์ทั้งหมด สิทธิบัตรเดิม การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการหาสูตรโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับการทำอุปกรณ์กีดขวางต่างๆ เช่น ลูกบอลที่สามารถพองออกได้ หรือ ยางในของรถจักรยาน ซึ่งสามารถต้านทานแรงอัดของแก๊ส เช่น อากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกเทนนิส ซึ่งสูตรโครงสร้างของยางประกอบด้วย สารที่มีรูปร่างไม่แน่นอน และโลหะผสมของโพลียูรีเทน ซึ่งผลิตจากยางธรรมชาติ และ/หรือ ยางสังเคราะห์ 3. องค์ประกอบของยางสำหรับการทำยางรถยนต์และยางรถอัดลมโดยใช้วิธีการเดียวกัน สิทธิบัตรนี้เป็นการต่อยอดจากสิทธิบัตร US2004144468 เรื่อง องค์ประกอบของยางสำหรับการทำยางรถยนต์และยางรถอัดลมโดยใช้วิธีการเดียวกัน ซึ่งมีการใช้องค์ประกอบของยาง 1-150 ส่วนต่อน้ำหนักของ piezoelectric ซึ่งมีพื้นฐานจาก 100 ส่วนต่อน้ำหนักของยางธรรมชาติ และ/หรือ ยางสังเคราะห์ที่มีพันธะคู่ ขนาดอนุภาคเฉลี่ยของ piezoelectric เท่ากับ 0.01-50 mm สิทธิบัตรเดิม ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อศึกษาหาองค์ประกอบของยาง เพื่อผลิตยางที่มีความยืดหยุ่น สามารถทนความร้อนได้มากขึ้น โดยมีองค์ประกอบของยาง 100 ส่วนต่อน้ำหนักของยาง ประกอบด้วย ยางธรรมชาติ และ/หรือ ยางสังเคราะห์ 4-6 ส่วนต่อน้ำหนักของซัลเฟอร์ 0.5-2.0 ส่วนต่อน้ำหนักของเรซิน ซึ่งประกอบด้วย สารชนิดหนึ่งที่นำไปใช้ในการสังเคราะห์เรซินบางชนิด (resorcin) 0.5-2.0 ส่วนต่อน้ำหนักของสารประกอบที่มีหมู่เมทีลีนเป็นองค์ประกอบ และสารโคบอลต์ เพื่อนำไปใช้สำหรับยางรถยนต์ และยางรถอัดลม 4. ยางรถยนต์อัดลมที่มีองค์ประกอบของยางซึ่งประกอบด้วยยางที่มีลักษณะเป็นวุ้นและมีแป้งเป็นองค์ประกอบ Patent number: EP1431075 ยางรถยนต์อัดลมที่มีองค์ประกอบของยางซึ่งประกอบด้วยยาง 100 ส่วนต่อน้ำหนักของยาง โดยยางนี้ประกอบด้วย สารประกอบจำพวกอัลคีนที่ไม่อิ่มตัว (olefinic unsaturation) 0-100 ส่วนต่อน้ำหนัก และแป้ง หรือ สารที่ใช้ทำให้พลาสติกนิ่มหรือมีความยืดหยุ่นหรือมีคุณสมบัติอื่นๆ 5-50 ส่วนต่อน้ำหนัก และยางที่มีลักษณะเป็นวุ้น ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มวุ้นต่างๆ ดังนี้ คือ โพลีบิวเทนไดอีน (polybutadiene gel), สไตลีน บิวเทนไดอีน (styrene butadiene gel), อะคิลโลไนไตรต์ บิวเทนไดอีน (acrylonitrile-butadiene gel), คลอโรฟีน (chloroprene gel), ยางธรรมชาติ (natural rubber gel) และส่วนผสมเหล่านั้น ในอัตราส่วนน้ำหนักของแป้งต่อน้ำหนักของยางที่เป็นวุ้น เท่ากับ 10:1-1:10 5. องค์ประกอบของยางสำหรับทำยางรถยนต์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงกันในองค์ประกอบของยางสำหรับยางรถยนต์ ซึ่งมีความแข็งแรงมากกว่า 45-57 ตามมาตรฐานของ ASTM D 2240 ซึ่งจะนำไปประยุกต์ใช้ในบริเวณที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง บริเวณที่พื้นผิวหน้ามีหิมะปกคลุม และจัดเตรียมยางที่สามารถต้านทานความสึกหรอ ยึดติดกับถนนได้ดี 6. สารประกอบยางที่ยืดหยุ่นได้ซึ่งต้านทานต่อน้ำมัน Patent number: US2004071984 สารประกอบยางที่ยืดหยุ่นได้ซึ่งต้านทานต่อน้ำมัน เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของเสื้อผ้าที่สามารถยืดหยุ่นได้ ประกอบด้วยยางไนไตรต์ ยางเทียม (neoprene) ยางธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการออกซิไดส์ และยางธรรมชาติ สารประกอบของยางที่ยืดหยุ่นได้นี้สามารถเข้ากันได้ดีกับยางที่มีขั้วต่างกัน 2 ชนิด ซึ่งสามารถช่วยลดการบวมของน้ำมันและสามารถลดการดูดซับของน้ำมัน สารประกอบของยางที่ยืดหยุ่นได้นี้นิยมนำมาเป็นองค์ประกอบของชุดว่ายน้ำ หมวกอาบน้ำ ผ้าโพกผม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง 7. การผลิตยางธรรมชาติที่ป้องกันไม่ให้เสียงผ่านได้ Patent number: US6790894 |
| การจัดจำแนกของยุโรป (ECLA) ในหมวด C08J5 เรื่อง การประดิษฐ์สิ่งของหรือวัตถุที่มีการออกแบบรูปร่างโดยใช้สารโมเลกุลใหญ่ (Manufacture of articles or shaped materials containing macromolecular substances ) |
1. วิธีการเตรียมน้ำยางธรรมชาติที่แยกโปรตีนออก เรื่อง Deproteinized natural rubber latex, method of preparing the same, rubber product using the same, and proteolytic agent for deproteinized natural rubber latex ยางธรรมชาติได้รับการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยาง เนื่องจากความสามารถในการยืดขยาย มีความยืดหยุ่นสูง และ ความแข็งแรงของแผ่นฟิล์มสูงในอุตสาหกรรมการผลิตถุงมือยางที่ผลิตจากยางธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นฟิล์มที่ต้องการและน้ำยางธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตผ่านการกำจัดโปรตีนออก ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาที่พบสาเหตุหลักได้แก่ การก่อการแพ้โปรตีนที่มีอยู่แล้วในยางธรรมชาติ ต่อผิวหนังของผู้บริโภค ส่วนปัญหารองลงมา คือ โปรตีนมีผลต่อความเสถียรของคุณภาพของถุงมือยาง และโปรตีนมีผลต่อความคงทนของถุงมือยาง เทคโนโลยีเดิม ในการกำจัดโปรตีนออกจากน้ำยางเป็นการเติมเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดโปรตีน (proteolytic enzyme; protease) และเติมสารลดความตึงผิว (surfactant) ลงไปในน้ำยางธรรมชาติก่อนขึ้นรูป อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีปัญหา คือ ถุงมือยางที่ได้มีความเสถียรต่อการทนความร้อนต่ำกว่าการใช้ยางธรรมชาติปกติที่ไม่กำจัดโปรตีน ต่อยอด การประดิษฐ์นี้ได้ต่อยอดเทคโนโลยีเดิมในขั้นตอนการกำจัดโปรตีนออกจากน้ำยางด้วยการประดิษฐ์สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดโปรตีน ซึ่งประกอบด้วยเอนไซม์ที่ใช้ในการกำจัดโปรตีน (proteolytic enzyme; protease) และสารลดความตึงผิว (surfactant) 2 ประเภทหรือมากกว่า ซึ่งมีคุณสมบัติในการตกตะกอน แคลเซียมไอออน (calcium ion) ออกจากน้ำยาง ผลิตภัณฑ์ถุงมือยางที่ได้มีความเสถียรต่อการทนความร้อนมากขึ้น ในการผลิตถุงมือยางโดยใช้วัตถุดิบจากน้ำยางธรรมชาติหรือสังเคราะห์ ในกระบวนการขึ้นรูปยางนั้น เนื่องจากน้ำยางมีคุณสมบัติยืดหยุ่น ส่งผลให้พื้นผิวของวัตถุดิบที่ยังไม่แห้งนั้นเหนียวติดกับแม่พิมพ์เมื่ออุณหภูมิของผลิตภัณฑ์เย็นลง ทำให้ยากต่อการนำถุงมือยางออกจากแม่พิมพ์ และเกิดการเหนียวติดกันเมื่อจัดจำหน่ายเทคโนโลยีเดิม ในการแก้ปัญหาดังกล่าวมีการใช้หลายวิธี ได้แก่ การใช้วัสดุที่มีลักษณะเป็นแป้ง เช่น Starch, talc และ calcium carbonate เพื่อเคลือบระหว่างแม่พิมพ์กับน้ำยางขณะขึ้นรูป ทำให้ไม่เกิดการติดกันของทั้งสอง อย่างไรก็ตามพบว่าแป้งมีผลต่อการเกิดการแพ้ในผู้บริโภค เกิดการดูดโปรตีนที่มีในน้ำยางธรรมชาติ และทำให้ถุงมือหลุดออกง่ายเมื่อใช้งานต่อยอด การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตถุงมือยางที่ปราศจากผงแป้ง (Talc-free mold release agents gloves) โดยมีการผสมสารที่ช่วยในการป้องกันการเหนียวติด (release composition) ซึ่งประกอบด้วย ตัวพยุงน้ำที่มี Tg polymer สูง (water-borne high Tg polymer formed) ที่มี hydrophobic monomer และ hydrophilic monomer อย่างน้อยอย่างละ 1 ชนิด ทำให้ค่า Tg สูงกว่า 10 องศาเซลเซียส สารชนิดนี้จะช่วยป้องกันการเหนียวติดของเนื้อยางและทำให้ถุงมือยางแกะออกจากแม่พิมพ์ได ยางธรรมชาติมีคุณสมบัติที่ดีในการยืดหยุ่น และใช้ในการผลิตในระดับอุตสาหกรรมหลายประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมล้อยานยนต์ และอุปกรณ์ในทางการแพทย์หลายชนิด จุกยางดูดนม เป็นต้น อย่างไรก็ตามปริมาณของผู้บริโภคที่เกิดการแพ้ต่อการใช้ยางธรรมชาติก็อยู่ในปริมาณสูงเช่นกัน จึงเป็นสาเหตุให้มีการคิดค้นวิจัยเพื่อแก้ไขและปรับปรุงเพื่อให้ไม่เกิดการแพ้ยางธรรมชาติ เทคโนโลยีเดิม การแก้อาการแพ้ต่อน้ำยางธรรมชาติดังกล่าวมีหลายวิธี ได้แก่ การสังเคราะห์องค์ประกอบของยางที่ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ และใช้ในรูปของผลิตภัณฑ์ยางสังเคราะห์ รวมถึงมีการวิจัยประดิษฐ์น้ำยางธรรมชาติที่ปราศจากการแพ้จากแหล่งพืชชนิดอื่น นอกจากต้นยาง ได้แก่ ต้นไม้ขนาดเล็กในทะเลทรายชื่อ Parthenium argentatum, ต้นยางบราซิลเลียน (Brazilian rubber tree) เป็นต้น ต่อยอด การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการลดการแพ้ต่อน้ำยางธรรมชาติ โดยไม่ทำการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของน้ำยางธรรมชาติ และไม่เคลือบหรือดัดแปลงสารใดลงบนผิวของน้ำยาง รวมทั้งไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งโครงสร้างทางกายภาพ ทางกล และทางเคมีต่อโครงสร้างของยาง โดยนำน้ำยางที่มีองค์ประกอบของโมเลกุลก่อการแพ้(Antigenic surfactant-type molecules) จากนั้นเติมสารที่ทำปฏิกิริยาที่ทำให้เกิด cross link เพื่อลดโมเลกุลก่อการแพ้ลง ด้วยการใช้สารในกลุ่ม diepoxies, dialdehydes, dienes, disocyanates และ bismalimides 4. การเพิ่มความหนืดแก่น้ำยางเรื่อง Viscosity enhanced natural rubber latex dipping media and dipped articles of greater thickness prepared therefromPatent number: US2002156159 ความหนืดของน้ำยางเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าที่ผลิตด้วยการจุ่มลงในน้ำยางเพื่อให้เกิดรูปร่างของผลิตภัณฑ์ ความหนืดของน้ำยางที่สูงจะช่วยเพิ่มความหนาของผลิตภัณฑ์ที่ได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพตามต้องการ สารเพิ่มความหนืดบางชนิดที่เติมลงไปเพื่อช่วยเพิ่มความหนืดนั้นมักทำให้ความสามารถในการยืดขยายลดลงได้ อีกทั้งในการลดการแพ้ของโปรตีนในน้ำยางด้วยวิธีการเติมสารกำจัดโปรตีนลงไปนั้น มักทำให้ความหนืดของน้ำยางลดลงส่งผลให้ความหนาของผลิตภัณฑ์ต่ำ ต่อยอด การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความหนืดแก่น้ำยางซึ่งจะช่วยเพิ่มความหนาแก่ผลิตภัณฑ์นั่นเอง ทำได้โดยการเติมสารละลายที่ช่วยเพิ่มการกระจายความหนืด คือ ซิลิการมควัน (fumed silica) ขนาด 65 นาโนเมตร ถึง 95 นาโนเมตร ลงไป โดยซิลิการมควันที่เติมลงไปนี้ไม่ก่อให้เกิดการสกัดโปรตีนออกจากน้ำยาง จึงไม่ส่งผลต่อการแพ้ เรื่อง Thin-walled natural rubber latex material substantially free of sulfur and nitrosamines เทคโนโลยีเดิม การทำปฏิกิริยาวัลคาไนเซชั่น (Vulcanization) ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีคุณภาพ เนื่องจากเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความเหนียว และความทนทาน แก่โครงสร้าง ทำให้มีการประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ มากมาย อย่างไรก็ตามพบปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อมีการใช้ยางที่ทำปฏิกิริยาวัลคาไนเซชั่น (Vulcanization) ด้วยซัลเฟอร์ พบว่าบริเวณพื้นผิวของผลิตภัณฑ์เกิดการทำลายได้ง่ายจากสารปนเปื้อนอื่น และสีของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนได้ง่าย ต่อยอด การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงน้ำยางธรรมชาติที่ไม่มีการใช้สาร ซัลเฟอร์ หรือ ไนโตรซามีน อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำยางนี้มีคุณสมบัติที่ดีในเรื่องความยืดหยุ่น ความทนทาน และความแข็งแรง อีกด้วย เหมาะสมแก่การใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์จากน้ำยางที่มีผิวบาง ได้แก่ การผลิตถุงมือยาง เป็นต้น กระบวนการผลิตประกอบด้วย น้ำยางธรรมชาติ สารทำปฏิกิริยาที่ให้ออกซิเจน และสารช่วยเพิ่มความแข็งแรง ในปริมาณ 1 ใน 3 ส่วนของน้ำหนัก 100 ส่วนของน้ำยาง น้ำยางที่ปรับปรุงจะทนทานต่อความร้อน น้ำ ได้เป็นอย่างดี |
| การจัดจำแนกของยุโรป (ECLA) ในหมวด C09J7 เรื่อง กาวยึดติดในรูปแบบแผ่นฟิล์มหรือฟอยล์ (Adhesives in the form of films or foils) |
1. การขึ้นรูปยางจากธรรมชาติ ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ นำพืชที่ต้องนำมาสกัดยาง (ในที่นี้คือมะเดื่อ) จาก ใบ ผล หรือทั้งต้น และผ่านการโฮโมจีไนซ์กับสารที่ทำหน้าที่สกัด (ในที่นี้คือ สารที่ผสมกันระหว่าง อะซีโตนและเบนซีน) และทำการบ่มในสภาวะที่เป็นบัฟเฟอร์ที่ ค่าความเป็นกรดประมาณ 7.0 ถึง 8.0 (ในที่นี้มีส่วนประกอบของ ไอโซเพนทานิลไพโรฟอสเฟต เป็นส่วนประกอบด้วย) หลังจากนั้นทำการแยกเฟสที่มีน้ำยางเป็นส่วนประกอบออกจากเฟสของตัวสกัด 2. การขจัดสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ในแผ่นยาง กระบวนการผลิตทำยางจากธรรมชาติประกอบไปด้วยทำการผสมน้ำยางธรรมชาติด้วยสารที่ทำหน้าที่เป็น Coagulant หลังจากนั้นทำการบ่มและขึ้นรูป หลังจากนั้นทำการจุ่มแผ่นยางในของเหลวที่มีคุณสมบัติเป็นไอออนที่ไม่ใช่เกลือของเหล็กซึ่งจะไม่ทำปฏิกิริยากับเมตริกของแผ่นยาง จุ่มแผ่นยางด้วยเวลาที่เพียงพอที่จะสามารถละลายโปรตีนออกมาโดยให้ปริมาณโปรตีนมีค่าต่ำกว่า 50 ไมโครกรัม/กรัมขอแผ่นยาง Patent No. : US2002091232 วิธีในการเตรียมแผ่นยางธรรมชาติที่มีมีตัวก่อให้การเกิดแพ้ต่ำ เกิดจากการเติมเอนไซม์ โปรตีเอสลงไปทำให้เกิดการย่อยเอ็กโซเปปติน ในยางธรรมชาติ และทำการบ่มยางด้วย ดังนั้นจึงเกิดการย่อยสลายของโปรตีนในยางจนน้ำหนักโมเลกุลเฉลี่ยของโปรตีนในยางไม่เกิน 4,500 หรือ จนกระทั่งไม่สามารถตรวจพบได้ซึ่งหลังจากทำการย่อยโปรตีนทำการหมุนเหวี่ยงให้โปรตีนตกตะกอน ค่าความเป็นกรดต้องอยู่ในช่วงที่เป็นกลาง และ ใส่สารลดแรงตึงผิวก่อนที่จะถูกกระทำด้วยเอนไซม์ โปรตีเอส Patent No. : US2006036025 ตัวที่ใช้ในการย่อยสลายโปรตีน ประกอบไปด้วย โปรตีเอสและ สารลดแรงตึงผิวสองตัวขึ้นไปที่มีคุณสมบัติในการจับตะกอนแคลเซียมที่ต่างกัน โดยที่สารลดแรงตึงผิวจะกระจายอยู่ในสารละลายที่อุณหภูมิ ประมาณ 25 องศาเซลเซียสโดยมีสารลดแรงตึงผิวไม่เกิน 0.1 โมล/ลิตร และมีตัวจับตะกอนแคลเซียมไม่ต่ำมาก 1.0 โมล/ลิตร โดยที่สารลดแรงตึงผิวมี 2 กลุ่มคือกลุ่ม H ที่เลือกมาจากกลุ่มกรด คาร์บอกซิลแอนนิโอนิก และกรดฟอสโฟริก และกลุ่ม L มาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย อัลคิวฟีนิวอีเธอร์ (Alkyl phenyl ether) ซัลเฟตเอสเตอร์ (Sulphate ester) โดยที่ สัดส่วนของ สารลดแรงตึงผิวที่ H และ L อยู่ในช่วง 15:85 และ 70:30
Patent No. : RU2245410 เป็นยางที่ได้จากการผสมกันของยางที่มีขนาดใหญ่กว่า 30 เมช (590 ไมครอน) โดยนำยางธรรมชาติและยางวาลคาไนซ์ในสัดส่วนน้ำหนัก 10-35 เปอร์เซนต์ของยางจากธรรมชาติและ65-90 เปอร์เซนต์ของยางวาลคาไนซ์ โดยผ่านยางทั้งสองชนิดไปในเครื่องเอ็กทรูดเดอร์ที่อุณหภูมิ 116-188 องศาเซลเซียล ซึ่งการผลิตด้วยวิธีดังกล่าวตัวยางจะมีความแข็งแรงมากกว่ายางเทียม โพลียูรีเทน หรือ เอบีเอส 4. วิธีการขึ้นรูปพื้นรองเท้าจากวัสดุที่เหลือทิ้ง Patent No. : US2004150136 เป็นการทำพื้นรองเท้าที่เกิดจากการผสมกันของหลายตัว ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ผสมเปลือกของข้าวสาร (แกลบ) เปลือกของข้าวสาลี ประมาณ 35-60%และน้ำยางธรรมชาติ 25-40% ยางสังเคราะห์ 10-20% และอาจมีการผสม ดินขาวหรือ แคลเซียมเคซิเนท ผงแก้ว หรือ อะลูมีนัมไดออกไซด์ลงไปด้วย |