 |
|
 |
ภาพกิจกรรม | |
|
กรมทรัพย์ฯเร่งจดทะเบียนในญี่ปุ่น
กรมทรัพย์สินทางปัญญา
จัดอบรมเร่งรัดตีทะเบียนไอพีในญี่ปุ่น
หวังผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะในด้านของการส่งออกเห็นคุณค่าและศักยภาพของทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ
ในการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและบริการที่ประเทศไทยผลิตและส่งออก
อาทิ
การสร้างแบรนด์เพื่อเพิ่มราคาสินค้าซึ่งจำเป็นต้องมีเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการคุ้มครองในประเทศที่เป็นตลาดสินค้า
หรือ แนวทางการพัฒนาและคุ้มครองเทคโนโลยีต่างๆ
โดยอาศัยระบบสิทธิบัตรหรือความลับทางการค้า
เพื่อทดแทนเทคโนโลยีที่ปกติอาจต้องนำเข้า
หรือเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าทั้งในส่วนของเทคโนโลยีและรูปแบบของผลิตภัณฑ์
และการเร่งให้ความรู้กับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภทในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งออก
ได้แก่ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร
อนุสิทธิบัตร การออกแบบผลิตภัณฑ์
รวมทั้งลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ
และการแก้ปัญหาในกรณีที่พบว่ามีการละเมิดในประเทศนั้นๆ
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้จัดให้มีการสัมมนา
โดยได้การเชิญผู้รู้และเชี่ยวชาญจากแต่ละประเทศมาเป็นคนให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทยโดยตรง
ทั้งนี้ การบรรยายครอบคลุมหัวข้อต่างๆ
เกี่ยวกับระบบทรัพย์สินทางปัญญาและการจดทะเบียนของญี่ปุ่น
โดยผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ได้แก่ Mr. Junichi Matsuo จาก
JETRO ประเทศไทย Mr. Mitsunori Numaguchi
ผู้แทนสำนักงานตัวแทนองค์การศุลกากรโลกประจำประเทศไทย และ
Mr. Sakae Miyanaga
ทนายตัวแทนทรัพย์สินทางปัญญาจากสำนักงานทนายญี่ปุ่นมาร่วมเป็นผู้บรรยาย
ณ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
ในการสัมมนาเรื่อง
วิธีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศ:
ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดโดย กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ร่วมกับสำนักงานประสานงานความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าญี่ปุ่น
(Japan Economic and Trade Relation Office: JETRO)
สำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
(World Intellectual Property Organization: WIPO) นายขจิต
สุขุม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา
กล่าวว่า
ทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการค้ากันในอนาคต
โดยเฉพาะกับญี่ปุ่น
ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียที่มีการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาได้ดีมาก
ปัจจุบันญี่ปุ่นมาจดสิทธิบัตรในประเทศไทย จำนวนมากขึ้น
โดยปี 47 มีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ทั้งสิ้น
1,383 ราย ขณะที่คนไทยเอง
ขอยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ทั้งสิ้น 819 ราย
ในขณะที่ครึ่งปีนี้ ญี่ปุ่นขอยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์
793 ราย ส่วนไทยขอยื่นจดไว้ 434 ราย
ไม่ต้องพูดถึงการไปจดในญี่ปุ่น
แค่ในเมืองไทยเรายังมีสัดส่วนน้อยมาก กรมฯ
จึงเร่งผลักดันเรื่องเหล่านี้
สำหรับผู้ที่มีศักยภาพเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรดำเนินการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ
ไว้ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นคู่ค้า
หรือมีแผนว่าจะค้าขายด้วย
นายขจิต สุขุม ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
ในปีที่ผ่านมากรมฯได้จัดการสัมมนา ไปแล้วหลายครั้ง
โดยเฉพาะกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป
และญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก
นักออกแบบ และประชาชนทั่วไปจำนวนมาก คาดว่าอนาคต
คนไทยจะมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศมากขึ้น
โดยเฉพาะหลังจากที่ไทยจะเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร
(พีซีที) ในปีนี้
สำหรับคนไทย ปัจจุบัน กรมทรัพย์สินทางปัญญา
ได้ดำเนินการเร่งรัดกระบวนการการขอจดสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร
ซึ่งมีข้อถือสิทธิไม่เกิน 2 ข้อ ให้สามารถออกอนุสิทธิบัตร
ให้ได้ภายใน 4 เดือน
ส่วนสิทธิบัตรซึ่งจะมีความซับซ้อนกว่านั้น
จะเร่งรัดให้ดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 4
เดือนเช่นกัน |
|
| ทั้งหมด 5
ภาพ : หน้า 1 จากทั้งหมด 1 หน้า |
|
|
|
| | |
|
 |
 |
  |
 | |